ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ/กิ่งอำเภอ โดย นายปราโมท สุขุม รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ลงนามจัดตั้ง ลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๓๖ ใช้ชื่อว่า “ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอน้ำโสม” มีสถานะเป็นสถานศึกษาสังกัดศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดอุดรธานีกรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการต่อมาในวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๓๗ ได้ประกาศจัดตั้งศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอนายูงขึ้นเป็นสถานศึกษาส่วนกลางสังกัดศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดอุดรธานีกรมการศึกษา นอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ สถานที่ตั้งใช้อาคารร่วมกับห้องสมุดประชาชนอำเภอนายูง

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๗กรมการศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด ได้ปรับบทบาท เพื่อให้สอดรับกับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ชื่อใหม่เป็น “สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน” สังกัดสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการกระทรวงศึกษาธิการจึงทำให้ศูนย์บริการการศึกษา นอกโรงเรียนอำเภอนายูง เปลี่ยนสังกัดเป็น สังกัดศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดอุดรธานี สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการต่อมา
พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยพุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้ประกาศใช้ ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ หน้า ๑ เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๑ จึงทำให้ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอนายูง เปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอนายูง” ชื่อย่อ “กศน.อำเภอนายูง” และได้ปรับบทบาท ภารกิจหน้าที่ใหม่อีกครั้งหนึ่ง จนมาถึงวันที่ 19 มีนาคม 2566 ได้มีการเผยแพร่ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้ยกเลิก พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 โดยยกระดับจาก สำนักงาน กศน. เป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 มีหน้าที่จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ 3 รูปแบบ คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ซึ่งการส่งเสริมการเรียนรู้ ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ มุ่งพัฒนาบุคคลให้มีทักษะการเรียนรู้ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิตที่สอดคล้อง และเท่าทันพัฒนาการของโลก มีโอกาสพัฒนาหรือเพิ่มพูนทักษะของตนให้สูงขึ้นหรือปรับเปลี่ยนทักษะของตนตามความถนัดหรือความจำเป็น ผ่านการมีส่วนร่วมของ 3 เสาหลัก ได้แก่ รัฐ เอกชน และท้องถิ่น พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ฉบับนี้ ถือเป็นการปฏิรูปการศึกษาใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนคนไทยทุกช่วงวัย
